การศึกษาชายแดนใต้วิกฤติ จบ ป.3 อ่านไม่ออก33% นร.นับแสนไม่ได้ต่ออุดมศึกษา

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งวงถกวิกฤติการศึกษาชายแดนใต้ พบปัญหานักเรียนตกหล่น-หายจากระบบเพียบ เผยตัวเลขเด็กมัธยม 2 แสน แต่ต่ออุดมศึกษาแค่ 3 หมื่น ว่างงานพุ่งหวั่นเข้าวงจรป่วนใต้-ค้ายา ขณะที่ผลสัมฤทธิ์การศึกษาต่ำ จบ ป.3 อ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้ คะแนนโอเน็ต ม.6 รูดทุกวิชา ด้านผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่รวมตัวยื่นข้อเรียกร้องรัฐร่วมพัฒนาระบบการเรียนการสอน ดูแลสวัสดิการครู มุ่งสู่อาเซียน

ระบบการศึกษาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ จ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อยู่ในภาวะวิกฤติมาโดยตลอด ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องยาวนานเกือบ 1 ทศวรรษ โดยเฉพาะในแง่ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่อยู่ในลำดับรั้งท้ายของประเทศ มีอัตราการออกกลางคันและตกหล่นของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานค่อนข้างสูง ขณะที่มีอัตราการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาอยู่ในเกณฑ์ต่ำ 

          ประกอบกับระบบการศึกษาในพื้นที่นี้มีความแตกต่างจากภูมิภาคอื่นของประเทศ อันสืบเนื่องมาจากความแตกต่างทางด้านศาสนา ภาษา และวิถีวัฒนธรรม โดยเฉพาะการมีสถาบันการศึกษาตามวิถีอิสลาม ซึ่งประชาชนในพื้นที่นิยมส่งบุตรหลานเข้าเรียน ทว่าสถาบันการศึกษาเหล่านี้ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากกลับไม่มีความพร้อม  ทั้งด้านบุคลากร อาการสถานที่ และงบประมาณ
ในการประชุมร่วมกันระหว่างผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่เมื่อวันพุธที่ 7 พ.ย.2555 ได้มีการนำข้อมูลตัวเลขที่เป็นข้อห่วงใยของหลายฝ่ายมาหารือร่วมกันเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาโดยด่วน

นักเรียนนับแสนไม่ได้ต่ออุดมศึกษา

          สำหรับระบบการศึกษาเฉพาะในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และข้อมูลจำนวนนักเรียนในแต่ละช่วงชั้น มีข้อสังเกตที่น่าสนใจดังนี้

          ระดับก่อนประถมศึกษา (อายุ 3-5 ปี) มีสถาบันการศึกษาที่รับผิดชอบ คือ ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ประจำมัสยิด, ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก, ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด และโรงเรียนของรัฐและเอกชน

          ระดับประถมศึกษา (อายุ 6-11 ปี) มีสถาบันการศึกษาที่รับผิดชอบคือ โรงเรียนของรัฐ 876 แห่ง นักเรียน 222,186 คน, โรงเรียนเอกชน 59 แห่ง นักเรียน 31,346 คน รวมโรงเรียนของรัฐและเอกชนในระดับประถมศึกษามีทั้งสิ้น 935 แห่ง นักเรียน 253,532 คน

          นอกจากนั้นยังมีศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด หรือตาดีกา จำนวน 1,666 แห่ง นักเรียน 176,395 คน (ในจำนวนนี้ซ้อนทับกับเด็กที่เรียนในระบบโรงเรียนตามปกติด้วย เพราะตาดีกาสอนตอนเย็นและวันหยุดเสาร์-อาทิตย์) กับสถาบันปอเนาะ จำนวน 375 แห่ง นักเรียน 34,394 คน

          ระดับมัธยมศึกษา (12-18 ปี) มีสถาบันการศึกษาที่รับผิดชอบ คือ โรงเรียนของรัฐ (สายสามัญ) จำนวน 56 แห่ง นักเรียน 31,346 คน, โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามที่สอนทั้งศาสนาควบคู่สามัญ จำนวน 158 แห่ง นักเรียน 129,784 คน และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามที่สอนศาสนาอย่างเดียว จำนวน 44 แห่ง นักเรียน 3,700 คน

          ทั้งนี้เด็กที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาแล้ว มีบางส่วนที่เข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ซึ่งมีทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน สถาบันอาชีวศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน รวมถึงวิทยาลัยชุมชน ซึ่งกลุ่มนี้มีนักศึกษารวมทั้งสิ้นเพียง 36,541 คน จากนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาที่มีอยู่ถึง 164,830 คน (ไม่รวม ปวช.)

ไปนอก 1.1 หมื่น-ออกกลางคันกว่า 3 พัน

          จากการตรวจสอบเพิ่มเติมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ พบว่า เด็กที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาแล้ว มีบางส่วนเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ จำนวน 9,000 ถึง 11,000 คน และยังมีบางส่วนที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษาภาคปกติ แต่ไปศึกษาในระบบการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) จำนวน 38,766 คน

          เมื่อพิจารณาตัวเลขในภาพรวมของแต่ละช่วงชั้น พบว่า ในระดับประถมศึกษา มีนักเรียนศึกษาอยู่ในระบบทั้งสิ้น 253,532 คน ระดับมัธยมศึกษา และ ปวช. จำนวน 209,017 คน แต่มีผู้ที่มีโอกาสศึกษาต่อใน ระดับปริญญาตรีและ ปวส. เพียง 36,541 คน โดยที่มีนักเรียนจำนวนประมาณ 9,000-11,000 คน ที่ไปศึกษาต่อต่างประเทศ เช่น ซาอุดิอาระเบีย อียิปต์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ปากีสถาน เยเมน คูเวต เป็นต้น

          ทั้งนี้ เมื่อนำตัวเลขนักเรียนที่มีโอกาสศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี และ ปวส. มารวมกับนักเรียนที่เดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ แล้วหักลบกับจำนวนนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษา จะพบว่ามีเด็กนักเรียนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไม่ได้ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษามากถึง 161,476 คน (ตัวเลขภาพรวมทั้งระบบ ไม่ได้คิดแยกรายปี)

          นอกจากนั้น เมื่อพิจารณาตัวเลขอัตราการออกกลางคันและตกหล่นของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า ทั้ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (รวม จ.สตูล และสงขลา) มียอดรวมของเด็กในกลุ่มนี้ร้อยละ 1.43 คิดเป็นตัวเลขกลมๆ ราว 3,000 คน

ป.3 อ่านไม่ออก33%-โอเน็ตม.6ต่ำทุกวิชา

          ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาผลสัมฤทธิ์ทาง การศึกษา ยังพบว่า เด็กที่จบช่วงชั้นที่ 1 หรือระดับประถมศึกษาปีที่ 3 ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อ่านไม่ออกและเขียนไม่ได้ คิดเป็นร้อยละ 33.72 (เฉลี่ยทั้ง 3 จังหวัด)

          ส่วนคะแนนสอบโอเน็ต (การสอบวัดผลทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ใน 5 วิชาหลัก ปีการศึกษา 2554 พบว่านักเรียนจากโรงเรียนทั้งของรัฐและเอกชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยของทั้งประเทศทุกวิชา ได้แก่

          ภาษาไทย ค่าเฉลี่ยทั้งประเทศอยู่ที่ 41.88 โรงเรียนรัฐที่ชายแดนใต้ได้ 40.12 โรงเรียนเอกชน 33.44
          คณิตศาสตร์ ค่าเฉลี่ยทั้งประเทศอยู่ที่ 22.73 โรงเรียนรัฐที่ชายแดนใต้ได้ 20.98 โรงเรียนเอกชน 17.15
          วิทยาศาสตร์ ค่าเฉลี่ยทั้งประเทศอยู่ที่ 27.90 โรงเรียนรัฐที่ชายแดนใต้ได้ 26.71 โรงเรียนเอกชน 23.70
          สังคม ค่าเฉลี่ยทั้งประเทศอยู่ที่ 33.39 โรงเรียนรัฐที่ชายแดนใต้ได้ 32.76 โรงเรียนเอกชน 29.82
          ภาษาอังกฤษ ค่าเฉลี่ยทั้งประเทศอยู่ที่ 21.80 โรงเรียนรัฐที่ชายแดนใต้ได้ 20.11 โรงเรียนเอกชน 16.92